คริส ไคล์ สไนเปอร์มือพระกาฬในประวัติศาสตร์กองทัพสหรัฐฯ ตัวละครสำคัญใน American Sniper
บทภาพยนตร์ดัดแปลงจากหนังสือที่ชื่อว่า American Sniper ซึ่งเล่าประสบการณ์ของคริส ไคล์ ซึ่งเจ้าตัวเป็นผู้เขียนในขณะที่มีชีวิตอยู่
คริส ไคล์ ได้รับการยกย่องว่าเป็นฮีโร่ของชาวอเมริกัน
American Sniper เป็นภาพยนตร์ที่สร้างจากชีวิตจริง ของคริส ไคล์ พลแม่นปืนของหน่วยรบพิเศษแห่งกองทัพเรือสหรัฐอเมริกา
หรือหน่วยเนวีซีล Navy Seal ที่ไปรบในประเทศอิรัก กินเวลาตั้งแต่ปี 2003-2009
เดอะเลเจนด์ เป็นฉายาของเขาในหมู่เพื่อนทหารเพื่อสดุดีต่อความกล้าหาญและฝีมือความแม่นปืนของเขาที่เป็นระดับตำนาน
ของหน่วยซีล ที่สังหารศัตรูได้มากที่สุดกว่า 160 ถึง 255 คน ซึ่งถูกบันทึกในประวัติศาสตร์ของทหารอเมริกัน
160 คนเป็นตัวเลขตามบันทึกอย่างเป็นทางการของเพนตากอน หรือ กระทรวงกลาโหมสหรัฐ ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ในอิรัก
และทำให้เพื่อนทหารของเขาหลายคนรอดชีวิต
อาวุธประจำกายของเขามีเพียงไรเฟิล .300 Winchester Magnum
ซึ่งเขาสามารถใช้มันยิงไปยังเป้าหมายที่อยู่ไกลในระดับร้อยเมตรถึงหนึ่งพันเมตร
เขาเคยโดนยิง 3 ครั้ง และประสบกับเฮลิคอปเตอร์ตกอีก 2 ครั้ง
ขณะที่ ฝั่งศัตรูก็เรียกเขาว่า เดอะ เดวิลล์ คริสถูกตั้งค่าหัว 20,000 ดอลลาร์
ภารกิจหลักของคริสในการรบที่อิรัก คือต้องปกป้องและรักษาชีวิตเพื่อนทหารของเขา
เพื่อนทหารที่สนิทกับ Chris Kyle ล้วนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ณ ขณะที่เขาปฏิบัติหน้าที่อยู่ในกองทัพ
เขาทำตัวตามสบาย เขาคือนายทหารที่แทบจะไม่เคารพกฎระเบียบ Chris Kyle
ไม่ค่อยสวมใส่เครื่องแบบทหาร และนำลองเท้าล่าสัตว์มาใส่แทนรองเท้าคอมแบท หรือใช้สีสเปรย์พ่นรูปหัวกะโหลกลงบน ปืนไรเฟิล
คริส ถูกส่งไปในอิรักทั้งหมด 4 ครั้ง และปฏิบัติหน้าที่ท่ามกลาง อันตราย การสูญเสียเพื่อน
แต่ก็ไม่ถอดใจ ทำให้เขากลายเป็นทีรู้กันในหน่วยซีลว่า เป็นสัญลักษณ์ของการไม่ทอดทิ้งผู้อื่น
ปี 2009 Chris Kyle ก็ได้ตัดสินใจลาออกจากกองทัพ หลังรับใช้กองทัพตั้งเเต่ ปี
Years of service 1999–2009
เพื่อให้ครอบครัวได้กลับมาพบหน้ากันอีกครั้ง เพื่อทุ่มเทเวลาที่เหลือให้กับครอบครัว
หลังจากที่ คริส ไคล์ ปลดประจำการจากทหาร
ในระยะแรกเขามีอาการหลอนจากสงคราม แต่หลังบำบัด เขาก็ค่อยๆกลับมามีชีวิตชีวาและความสุขอีกครั้ง
เขาอาศัยอยู่่ในดัลลัส และเปิดบริษัทรับช่วงสัญญากองทัพ ชื่อ คราฟต์ อินเตอร์เนชั่นแนล
ช่วยฝึกการซุ่มยิงแก่ทหารกับเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย
เขาหันไปเป็นอาจารย์ฝึกสอนพิเศษ ที่ทำหน้าที่ฝึกสอนการใช้ไรเฟิลให้กับกองทัพสหรัฐ
อีกทั้งยังรับงานบอดี้การ์ดเพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับบุคคลสำคัญ และบุคคลทั่วไป
ดูแลให้คำปรึกษาทหารผ่านศึก หลังจากนั้นในปี 2013 คริสได้เขียนหนังสือบอกเล่าเรื่องราวของเขาในสมรภูมิอิรักในหนังสือที่ชื่อว่า
"American Sniper"
และอีกหน้าที่หนึ่ง คือการทำงานช่วยเหลือสังคม โดยเป็นอาสาในโรงพยาบาล
เพื่อช่วยเยียวยาจิตใจทหารผ่านศึก แต่สุดท้ายแล้ว จนกระทั่งถึงวันที่ได้พบกับ “เอ็ดดี เรย์ เราธ์”
หนุ่มผู้ที่ทำให้ชีวิตของมือสไนเปอร์รายนี้ต้องถึงจุดจบ
ทหารหลายๆคนที่เข้าร่วมกิจกรรมกับคริสต่างก็ได้รับการบำบัดที่ดีและช่วยฟื้นฟูสภาพจิตใจหลังสงคราม จนกระทั่งแม่ของเอ็ดดี้ เรย์ เราท์
ได้มาขอให้คริสช่วยดูแลลูกชายของเธอด้วยเพราะเขาเป็นทหารผ่านศึกที่มีอาการสะเทือนจิตใจหลังสงคราม
คริสก็ได้รับเอ็ดดี้เขามาดูแลและพากันไปยิงปืนและพูดคุยบำบัดกันตามโปรแกรม จนในปี 2013
คริส ไคล์เสียชีวิต ในปี 2013 ในอายุ (aged 38) เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์
จากการถูกยิงโดยทหารผ่านศึกที่เขาเข้าไปช่วยเหลือ
คริส ไคลน์หรือชื่อเต็มๆว่าคริสโตเฟอร์ สก็อตต์ ไคลน์
เกิดเมื่อ: 8 เมษายน 1974, โอเดสซา, รัฐเท็กซัส, อเมริกา
คู่สมรส: ทายา ไคล์ สมรสในปี 2002
ไคลน์และทาย่า เขาและเธอได้แต่งงานกันก่อนที่คริสจะไปเข้าร่วมทัวร์รบที่ 1 ในสงครามอิรัก
ในระหว่างสงครามอิรักคริสและเท่ย่าได้ให้กำเนิดบุตรด้วยกัน 2 คน โดยคนโตเป็นผู้ชายและคนรองเป็นผู้หญิง
สถานที่ฝัง: 12 กุมภาพันธ์ 2556, Texas State Cemetery, ออสติน, รัฐเท็กซัส, อเมริกา