เมื่อสบตาพาใจสะท้านนัก เป็นความรักความคิดถึงที่โหยหา
เมื่อจำใจเหินห่างจากจำลา จึงรู้ว่าความสุขนั้นจรจากจาง
ภาษาใดมิชัดเท่าภาษารัก แค่รู้จักก็มิอาจจะขัดขวาง
จะอยู่ห่างหนใดไกลหนทาง มิรู้ร้างถึงกันได้ส่งใจกัน
"ภาษาใจ" ผลงานการประพันธ์คำร้องและทำนองของ สุรพล โทณะวณิก นักร้องต้นฉบับคือ สวลี ผกาพันธุ์ ลูกครึ่งไทย-เดนมาร์ก เจ้าของรางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทานมากที่สุดถึง 4 ครั้ง จนเมื่อ อรวี สัจจานนท์ นำเพลงนี้มาบันทึกเสียงร้องใหม่ ก็ยังได้รับความนิยมตลอดมาจนปัจจุบัน
การสื่อสารความรักผ่านให้กันและกันของคู่ร้กนั้น มักจะเริ่มต้นด้วยการสื่อด้วยสายตา เพราะ "ดวงตา คือหน้าต่างของหัวใจ" เมื่อต่างคนต่างมองตาแล้วรู้ใจ ทำให้เกิดภาษาใจตามมา
ภาษาใจ เป็นการสื่อสารถึงกันด้วยจิต เมื่อจิตว่าง การรับรู้จะชัดเจน แจ่มใส และแม่นยำ การส่งกระแสจิตถึงกันอาจจะเป็นสิ่งเร้นลับที่ก่อให้เกิดความเข้าใจ ความประทับใจในความสัมพันธ์ต่อกัน ซึ่งเป็นความจำเป็นพื้นฐานของคนสองคนที่จะเป็นคู่ชีวิตและต้องการใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน
ยามเมื่อเราเจอกัน เธอสบตาฉันเหมือนหนึ่งทักทาย
ทำให้ใจฉันหายรู้สึกคล้ายๆฉันมีปมด้อย
เราต้องจากกันไกล เราต่างเศร้าใจเราต่างหลงคอย
คงด้วยบุญฉันน้อย จึงปล่อยเธอคอยจนสายเกินไป
เจอะกันครั้งนี้ฉันมีความเศร้าฤทัย
ข่มอยู่ภายใน หมดทางเผยใจให้เธอได้เห็น
ได้แต่มองตากัน เธอสบตาฉัน ฉันก็คิดเป็น
ตาไม่อาจซ่อนเร้น ทุกสิ่งที่เห็นนั่นแหละหัวใจ